kornwika 的个人资料assign照片日志列表更多 工具 帮助

assign

  
请稍候...
很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
您没有输入任何内容,请重试。
很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
您的家长禁用了评论功能。
很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。

ตื้น...............ตัน

 
ไม่รู้ว่าช่วงนี้มีไรให้คิดมากมาย ทำให้สมองคิดได้ตื้น ๆ
ไม่รู้ว่าช่วงนี้เป็นอะไร เวลาคิดจะทำไรมันก็ตันไปหมด
 
ความสุขอยู่กับเรา เหมือน ลมพัด ไปมา
บางทีความสุขก็มาพร้อมกับความทุกข์
ซึ่งมันแฝง เข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัว
 
บางครั้งทำให้ฉันรู้สึกหวาดหวั่น กับทางที่เดิน
บางครั้งทำให้ฉันรู้สึก หนาวสั่น กับ ความรู้สึกที่มี
บางครั้งทำให้ฉันรู้สึก หดหู่ อ้อนล้า กับย่างก้าวที่ยกเท่าก้าวออกไป
 
แต่ความสุข ที่มาพร้อมกับความทุกข์ ฉันก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวัง
ความสุข = รอยยิ้ม
ความสุข = เสียงหัวเราะ
ความสุข = หัวใจพองโต
ความสุข = อิ่มเอมใจ
 
ความทุกข์ = ร้องไห้
ความทุกข์ = ปลดปล่อย
ความทุกข์ = เป็นตัวของตัวเอง
ความทุกข์ = สีสันของชีวิต
 
 
ความสุข และ ความทุกข์  = ตื้น...................ตัน
 
 

wink = วิ้งค์!!!!!!

 
ไม่เข้าใจ กับอาการที่เป็นอยู่ บางครั้งรูสึกมันตันไปหมด
ไม่เข้าใจ บางทีมันรู้สึกสับสน ไม่มีกำลังใจ
ไม่เข้าใจ บางที่มันเหมือนจะล้มไปซะดื้อ ๆ เคยเป็นบ้างไหม
 
ระยะทางมันทำให้ความรู้สึกคนเราเปลี่ยนไปจริงเหรอ
การไม่แสดงออก มันไม่จำเป็น จริงเหรอ
การส่งความรู้สึกถึงใครสักคน ทำไมมันยาก ไม่เข้าใจ
 
ความคิด ตัดสินอะไรทุกอย่างถูกเสมอใช่รึป่าว
ความคิด ความคิด ความคิด ความคิด
ความรู้สึก ความรู้สึก ความรู้สึก
 
เคยคิดที่จะอยากคุยกับใครสักคนบ้างไหม
เคนคิดที่จะอยากปรึกษาใครสักคนบ้างไหม
เคยคิดที่จะอยากบอกความรู้สึกให้ใครสักคนรับรู้บ้างไหม
เคยคิดที่จะอยากทำโดยไม่หวังอะไรตอบแทนเลย จะทำได้รึป่าว
เคยคิดที่จะอยากจะรักคนอื่นให้มากกว่าเดิมบ้างไหม
 
.................................................เฮ่อออออ...................................................
 
 
 

ชีวิตนี้ ดีกว่าไม่ได้ทำอะไร

 
ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอก กับคำว่า ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
 
เพราะชีวิตฉันเท่าที่โตมาถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้เจอ คำว่า "ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว"  รู้สึกดีใจนิดหน่อย
 
แต่ก็นั้นแหละ ชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำ หรือเลือกที่จะคิดได้
 
วันนี้ฉันได้เจอผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเธอมีครบ บริบูณณ์ตามแบฉบับของ คน ๆ หนึ่งที่เกิดมา เป็น ด.ญ เป็น นางสาว และก็จบลงตรงคำนำหน้า ว่า นาง
 
เธอมี สามี ที่น่ารัก มีลูก 2 คน แต่ใครจะนึกละ แม้แต่เธอก็ไม่นึก ว่า ลูกของเธอ คนหนึ่งจะป่วยเป็น โรคมะเร็ง ที่ต้องได้รับการปลูกถ่ายกระดูกสันหลัง
 
ความทุกข์ทรมาน ได้ถามโถมเข้ามาอย่างที่เธอไม่คาดคิด เธอต้องเข้าออก รพ.บ่อย ๆจนทำให้เธอ เข็มแข็ง และพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อลูกของเธอ
 
เธอยิ้มให้ฉันแต่แววตาเธอแฝงด้วยความเศร้า ความกังวล เธอพูดไป ยิ้ม หัวเราะ ปะปนกันไป ถ้าพบเจอเธอครั้งแรก จะไม่รู้เลยว่าเธอจะเป็นคนที่มีความทุกข์ได้มากมายขนาดนี้
 
เธอบอกว่าเวลาเธอร้องให้ ไม่ให้ลูกเธอเห็นน้ำตาหรอก เธอจะให้ลูกเธอเห็นแค่ตอนเธอ ยิ้ม ตอนเธอหัวเราะเท่านั้น เพราะไม่อยากให้ลูกของเธอรู้สึกแย่ หรือเป็นกังวลกับเธอ
 
ฉันคิดในใจว่าทำไมเธอช่างเป็ฯผู้หญิงที่เข้มแข็งได้อย่างนี้ ฉันอยากเป้นอย่างเธอบ้างจัง ฉันได้แต่ส่งยิ้มให้เธอ และเธอก็ยิ้มตอบฉัน
 
เธอได้เขียนเรื่องเล่ามากมาย เกี่ยวกับการรักษาลูกของเธอ การดำเนินชีวิตอยู่ใน รพ. ช่วงที่รักษาลูก เธออยากให้คนอื่นได้รับรู้เรื่องราวของเธอบ้าง
 
เธอเลือกที่จะทำวิธีนี้อาจจะเป้ฯการบำบัด ตัวของเธอเองโดยการบอกกล่าวหรือบอกเล่ามาเป็นตัวหนังสือ แต่มันมีอยู่คำหนึ่งที่ฉันประทับใจ
 
และได้กำลังใจมามากมายโดยที่เธอก็ไม่รู้ตัว คือ
 
" เธอจะทำทุกอย่าง ถึงแม้ว่าจะไม่มีหวัง แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว "
 
 
 
 

อาการ....นอนไม่หลบ

 
2-3 วันที่ผ่านมา ฉันทำงานอย่างมีความสุข และไม่ได้มีเรื่องให้ยุ่งยากหัวใจ
 
แต่....ทำไมฉันนอนไม่หลับ ชอบเอางานเป็นพื่อนคู่คิด ก่อนเข้านอน
 
ทำให้ฉัน...คิดแต่งาน ..จน นอนไม่หลับ พยายามจะไม่คิด แต่ทำไงได้ สมองกลับสั่งการให้คิดเดี๋ยวนี้นะ
 
ฉันต้องต่อสู้..ระหว่าง จิตสำนึก กับ จิตใต้สำนึก บางที่แทบแยกไม่ออกว่า มันคนละอย่างกัน
 
ฉันพยายามจะแขวนความรู้สึกนึกคิด เหมือนแขวนผ้าไว้ก่อน อยากจะใช้ รึใส่ เมื่อไหร่ค่อยสอยลงมา
 
แต่ฉันทำไม่ได้ ....เฮ่ออออ ยากจัง !!!!!!! จิตสำนึก และ จิตใต้สำนึก ที่รัก...... ช่วยหาทางออกให้ฉันที
 
บางที่ฉันควรจะทำให้สมองว่างเปล่า โดยไม่คิดอะไรเลยสักเรื่อง แต่.....ฉันจะทำได้เหรอ !!!!!!
 
 

เรื่องเล่าย้อนหลัง "วันแม่"

 
เรื่องเล่าย้อนหลัง "วันแม่" 
 
วันนี้ก็เข้ามาเขียน เรื่องเกาะกระแสกันนิดดีกว่านะ พี่น้อง ผองเพื่อน
ไม่รู้เป็นไร ทั้งที่เราก็รักแม่ทุกวัน แต่พอได้ดูรายการ ซึ้ง เกี่ยวกับวันแม่ บ่อน้ำตาดันแตกซะงั้น...
 
บางที่ อาจจะเป็นเพราะ บบรยากาศ และเพลงซึ้ง ๆทำให้ คิดตาม พลันให้น้ำตาแตก เป็นการซะล้างตาไปในตัวอิอิ
วันแม่ ได้แต่โทรไปหาแม่ โทร วันละสามเวลาหลังอาหาร เช้า-กลางวัน-เย็น จนแม่แปลกใจ โทรมาทำไมบ่อยเนี๊ย
ก็บอกแม่ไปว่า วันนี้วันแม่ ก็เลยรักแม่เป้นพี่เศษ ตามกระแส แม่ก็หัวเราะก๊าก เราก็ตกใจ ว่าแม่เราเป็นไปไรรึป่าว เหอะๆๆ
ที่แท้ ก็ขำเรานี่เอง วันหลังบอกแม่ หัวเราะแต่พองามน่าจะดี เราจะได้ไม่ต้องตกใจ เอิ๊กก
 
หยุด วันแม่ เราก็ได้ พีกผ่อนเต็มที่อะนะ นอน กะ กิน ทำอยู่สองอย่าง สมองหยุดพัฒนาการไปสองวัน
พอวันจะไปทำงานตาบมฉึ่ง น่าเศร้า จิง ๆสรุป นอนเยอะดีรึไม่ดีเนี๊ย
 
สรุป นอน จน ตาบวม แม่รู้ คงไม่ปลื้ม แน่ ๆ เป็นสาวเป็นนาง ขี้เกียจสุด ๆ
 

มึน งง รึว่า บ้าบอ

 
อยู่ ๆ ก็คิดขึ้นมาว่า เราเป็นคนไม่ใส่ใจคนอื่นรึป่าว
รึว่าเป็นคนไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบข้าง ว่ามีการกระทบกับตัวเรามากน้อยแค่ไหน
..........................เป็นคนแบบไหนกันเนี๊ย..........................
 
ช่างมันเถอะเนอะ แค่มาบ่นให้ฟัง แต่ขณะที่อยากบ่น ก็บ่นให้คนหลายคนที่สนิทชิดใกล้ รับลูกระเบิดไปเป็นที่เรียบร้อย เอิ๊กก
 
 
.......................แฮรี่ พอตเตอร์....................
วันนั้นรีบวิ่งจู๊ด จาก ออฟฟิศ กับน้องอีกคน (ไอ้มุ่ย) เพื่อไปดูหนังให้ทัน หนังเข้า 18.10
โฮ่ ๆอุส่าวิ่งหน้าตาตื่นไป เห็นคนรอกันตรึมเลย หันไปยิ้มให้ไอ้มุ่ย ทันคนยังเต็มเลยยังไม่เปิดให้เข้า
รอไปรอมา เอ๊ะ มันชักไงอยู่ เริ่มบ่นให้โรงหนังเล็กน้อย เรื่องทำไมเปิดให้เข้าช้าจัง หงุดหงิดเล็กน้อยถึงปานกลาง
 
เวรกำ พอเขาเปิดให้เข้าไปได้ ที่ไหนกัน มันเป็นรอบหนังอีก เรื่องหนึ่ง เรื่องแฮรี่ ฯ เขาเปิดให้เข้าไปตั้ง 20 นาทีแล้ว กำ ไม๊ละพี่น้อง
ยังดีนะ ที่มันฉายไตเติ้ลหนังใหม่ นาน ไปทันพอดี
 
นั่งดูได้สักพักดันปวดฉี่ ๆ เหอะ ๆ แบบว่ากลัวไม่คุ้ม ดูไม่ปะติดปะต่อ ยอมอั้นฉี่  2 ชม. เหอะๆ เกือบเป็นโรคไตไหมละ  ความงกเป็นเหตุแท้ ๆ บ้าบอจริง ๆ

ความใฝ่ฝัน

 
 
มันแปลก ดีมั๊ย อยู่ ๆก็มีคนถามฉันว่า
ความใฝ่ฝันของฉันคืออะไร ฉันนิ่งไปสักพัก
คิดในใจ เอ่อ นั้นสินะ ความใฝ่ฝันของฉันคืออะไร
ทำไมฉันตอบคำถามนี้ไม่ได้ .....
 
ฉันไม่เคยฝันทีจะอยากทำ รึว่าอยากเป็นอะไรเลยเหรอ
ความรู้สึกนี้มันหายไปจากความรู้สึกฉันตั้งแต่เมื่อไหร่
แล้วมันก็ยังมีคำถามกลับมาอีกว่า แล้วสิ่งที่ทำอยู่นะปัจจุบันนี้ละ
เรียกว่าความฝันได้รึป่าว
 
ทำไม ทำไม ทำไม ฉันถึงตอบตัวเองไม่ได้
 
รึว่าฉันไม่เคยคิดอะไรเลย ใช้ชีวิตไปวัน วัน
รึว่าฉันเคยฝันแต่แค่ลืมมันไป
รึว่าฉันยังไม่เจอสิ่งที่ฉันฝัน
มันแปลกดีไหมละ  ที่ตอบคำถามนั้นที่ใครบางคนอยากรู้ ไม่ได้
 
ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันใฝ่ฝันมันคืออะไร แต่ที่ฉันรู้และสามารถตอบได้เลยคือ
สิ่งที่ฉันทำ และสิ่งที่ฉันเป็น  ฉันมีความสุขกับมัน มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ
ความทุกข์ ความเหน็ดเหนื่อย มันหายไป เมื่อฉัน ได้เจอรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ จากคนที่ฉันไม่เคยรู้จักมาก่อน
สิ่งเหล่านี้ที่ฉันได้เจอ  มันสามารถเรียกว่าความใฝ่ฝันได้ไหม

ความหวัง & ความฝัน

 
คนเรามีความหวังผืดด้วยเหรอ
คนเรามีความฝันผิดตรงไหน
ความหวังกับความฝันต่างกันตรงไหน
ความฝันรึว่าป็นได้แค่ฝัน แต่เราก็มีสิทธิ์ที่จะฝันไม่ใช่เหรอ
ความหวังรึว่าเป็นไปได้เสมอ และเราก็มีสิทธิ์ที่จะหวังไปได้เช่นกัน
แล้วทำไมความหวังและความฝันถึงไม่เหมือนกัน ทั้งที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกัน
ฉันขอมีความหวังและความฝันไปพร้อมกันมันคงไม่แปลก
......................
เคยมีคนถามฉันเกี่ยวกับความหวังและความฝัน
ฉันค่อนข้างที่จะเข้าใจในความหมาย ที่ฉันคิดว่าใช่
แต่มาวันนี้ฉันชักไม่แน่ใจแล้วสิ
 

สิ่งแปลกปลอม ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง

กิจกรรมวันแรกกับการที่ห่างหายไปนานในการทำกิจกรรมที่ รพ.เด็ก วันนี้เราได้เตรียมกิจกรรมที่ง่าย ๆ และเป็นที่ชื่นชอบของเด็กก็คือ วาดรูป ระบายสี และปั้นดินน้ำมัน เราได้นัดทำกิจกรรมไว้ช่วงบ่ายค่ะ เริ่ม 13.00 น. ถึง 15.00 น.  วันนี้พี่เจ้าหน้าที่ รพ.เด็กได้เตรียมตึกให้เราทำกิจกรรมคือ ตึกเด็ก ม6 ก. เป็นเด็กที่ป่วยด้วยโรคกระดูก ฟังจากการเล่าจากเจ้าหน้าที่ว่าเด็กตึกนี้ค่อนข้างที่จะซนเป็นพิเศษ แต่เราคิดว่าก็คงไม่ซนเกินเด็กไปซักเท่าไหร่ค่ะ  

จากนั้นเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรับผิดชอบเราในการทำกิจกรรมอยู่ที่ รพ.เด็ก ได้พาขึ้นไปที่ตึก ม6ก.แนะนำกับเจ้าหน้าที่ประจำที่ตึก ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ที่ตึกไม่รู้ว่าเราจะเข้าไปทำกิจกรรมวันนี้ตอนบ่ายโมง ซึ่งเราได้ประสานงานไปแล้ว ได้ฟังดังนั้นก็อดที่จะแอบคิดไม่ได้ว่างานของเจ้าหน้าที่คงจะยุ่ง เลยไม่มีเวลาสื่อสารกันในส่วนนี้ก็เข้าในงานระบบสาธารณสุขประมาณหนึ่งค่ะ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาค่ะ เจ้าหน้าที่ที่ตึกก็ยินดีให้ทำกิจกรรมได้ค่ะ

เราเข้าไปช่วงบ่ายเด็กส่วนมากจะนอนหลับหรือเด็กบางคนก็เข้าไปผ่าตัดและฉายแสง ทำให้มีเด็กอยู่ที่ตึกไม่กี่คน จากการสำรวจไปทั่ว ๆ ตึก เราก็จัดแจงตัวเองเพื่อให้มีพื้นที่ในการทำกิจกรรม มองไปมองมาก็เห็นว่ามีมุมหนึ่งที่เป็นมุมของเล่นมีโต๊ะให้นั่งมีอุปกรณ์ของเล่นให้เด็ก ๆ แต่อุปกรณ์บางอันได้ทรุดโทรมไปตามกาลเวลาค่ะ มีหนังสือให้อ่าน มีสีให้ระบาย แต่ที่ขาดไปก็คง ขาดคนที่จะมากิจกรรมกับน้องเด็กป่วยนั้นเองค่ะ จึงทำให้มุมของเล่นดูจืดชืดไป

จัดแจงวางอุปกรณ์เสร็จเราแต่ละคนก็แยกย้ายไปตามเตียงน้องๆ เพื่อชวนมาร่วมกิจกรรม มีเด็กบางคนมาได้ บางคนไม่สามารถมาได้เพราะไม่สะดวกในการทำกิจกรรมข้างล่างเตียง เด็กที่มาร่วมกิจกรรมกับเรานั้นมีทั้งผู้ปกครองมาร่วม แต่บางคนก็ไม่มีผู้ปกครอง เพราะว่าตึก ม6ก. ไม่อนุญาตให้ผู้ปกครองเฝ้าตอนกลางคืนสามารถเฝ้าได้แต่ช่วงกลางวัน แต่น่าแปลกใจเด็กตึกนี้ค่อนข้างที่จะร่าเริงแจ่มใส่มาก รึอาจจะเป็นเพราะเป็นเด็กแต่นี้ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานค่ะ

การทำกิจกรรมดำเนินไปด้วยดี มีทั้งเสียงหัวเราะการพูดคุยกันระหว่างอาสาสมัครและเด็กป่วย ร่วมถึงผู้ปกครองด้วย ก็จะมีแต่เจ้าหน้าที่อาจจะยังสงสัยกับการเข้าไปของเราในการทำกิจกรรมในนามอาสาสมัคร หรืออาจจะเป็นเพราะต้องคอยสังเกตการณ์เราอยู่ห่าง ๆ ในการทำกิจกรรม เพราะในการทำกิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่มาร่วมทำกิจกรรม อาจเนื่องจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่มีงานเยอะ แต่เราก็ยินดีค่ะเพราะการที่เราเข้าไปก็เพื่อไปเพิ่มความสุขและช่วยลดภาระบางส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ หากทำให้เจ้าหน้าที่คิดได้เช่นนั้นก็ดีไม่น้อยค่ะ

การไปครั้งนี้เรามีข้อสังเกตได้อีกอย่างหนึ่งว่าการทำกิจกรรมน่าจะจัดให้เหมาะกับช่วงวัยดัวย ดังที่เราได้ตั้งโมเดลกิจกรรมให้มี กิจกรรมทั่วไป กิจกรรมเฉพาะ และ ก็กิจกรรมพี่เลี้ยง ซึ่งเห็นได้ชัดกับน้องผู้หญิงเด็กป่วยคนหนึ่งที่ใกล้เข้าสู้วัยรุ่นแล้วน้องมีอายุ 13 มี แล้วค่อนข้างที่จะเศร้าและไม่คุยกับคนแปลกหน้า ทำให้กิจกรรมที่เรานำไปวันนี้ไม่สามารถทำกับน้องได้ กรณีนี้ทำให้เห็นชัดเจนขึ้นกับกิจกรรมที่เหมาะสม และช่วงวัยค่ะ

เราได้ทำกิจกรรมไปเรื่อยจนเด็กที่ร่วมทำกิจกรรมเริ่มทยอยกันกลับเตียงไป เราก็เริ่มเอะใจว่าเอ้มีอะไรรึป่าวทำไมน้อง ๆเริ่มทยอย ออกไป เราก้มองกลับไป อ้อ ผู้ปกครองน้อง ๆ เริ่มทยอยเข้ามากันนั้นเองเพราะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว จึงคิดว่าวันนี้น่าจะพอก่อนแล้วกันกับการทำกิจกรรมเพราะน้องก็อาจจะเบื่อแล้ว จัดการเก็บอุปกรณ์กลับ สนง.ค่ะข้อสังเกตหลาย ๆ อย่างวันนี้ การที่จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงหรือนำสิ่งแปลกใหม่เข้าไป ยากที่จะให้ยอมรับได้เลยในครั้งแรก การทำกิจกรรม ความเหมาะสมตามช่วงวัย การที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นยากแต่ก็คงไม่ไกลเกินไปที่จะทำ    

กิจกรรม ลูกโป่งมหัศจรรย์

วันนี้เป็นครั้งที่สองกับงาน อาสาสมัครในโรงพยาบาลรามา มี พี่นัน พี่ตี๋ น้องเปิ้ล น้องบุ้ง ครั้งนี้เราเตรียมอุปกรณ์ไปเล่นกับน้อง ๆเด็กป่วยด้วยคือ ลูกโป่ง เราเรียกกิจกรรมนี้ว่าลูกโป่งมหัศจรรย์ จะน่ามหัศจรรย์ขนาดไหนตามมาดูกันค่ะ

วันนี้ก็เป็นเหมือนทุก ๆ วันค่ะเราต้องไปลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครก่อน มีการลงเวลา เข้าทำกิจกรรมจากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่ตึกผู้ป่วยเด็ก 2 เข้าไปห้องนันทนาการของตึกวันนี้ไม่ค่อยมีเด็กป่วยมาเล่นที่ห้องนี้มากเท่าไหร่ค่ะเพราะเป็นช่วงที่ให้ยาและนอนของน้อง ๆ เอาแล้วสิค่ะ คิดในใจกิจกรรมที่เตรีมมาวันนี้จะแป๊กรึป่าวพี่เอี่ยม (พยาบาล)ได้พาอาสาสมัครใหม่ไปแนะนำให้น้อง ๆ รู้จักตามเตียงต่าง ๆ เพื่อที่จะไปเล่นกับน้องตามเตียงได้หรือเล่านิทานให้ฟัง  เรากับพี่นันก็เลยอาสาที่จะอยู่ห้องนันทนาการ จัดแจงดึงเอาลูกโป่งออกมาจากถุงพร้อมด้วยลูกสูบ ก็ให้น้อง ๆ เลือกสีของลูปโป่งตามที่น้องชอบ จากนั้นก็บิดลูกโป่งเป็นรูปต่าง ๆ เช่น หมา ดอกไม้ ดาบ และก็หมวกหรือว่ามงกุฎ รูปแบบที่เราทำก็หนีไม่พ้นแบบที่ได้กล่าวมาข้างต้น จากนั้นก็มีพี่เจ้าหน้าที่เอาแบบของการบิดลูกโป่งมาให้เราเยอะแยะไปหมดค่ะ หลายแบบหลากสีสันมาก แต่เราไม่สามารถฝึกแล้วก็ทำให้สวยได้เพียงแค่ครั้งเดียวค่ะ แต่น้อง ๆ ก็เรียกร้องอยากได้ หมู แมว สิงโต ก็เลยสารภาพน้อง ๆ ไปว่าพี่ขอไปฝึกฝีมือก่อนแล้วกันเดี๋ยวกลับมาพร้อมสัตว์ที่น้อง ๆอยากได้

ในการทำกิจกรรมเราอยากให้น้อง ๆ มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม เราก็เลยปล่อยให้น้อง ๆ สูบลูกโป่งเอง หรือว่าลองปิดลูกโป่ง แทน มีน้องคนหนึ่งซึ่งป่วยเป็นโรคข้อกระดูก ออกแรงมากไม่ได้ หากออกแรงมากเหลือดจะไหล่ออกมา  ได้ฟังดังนั้นมันทำให้เรารู้สึกว่าเราขาดการเตรียมความพร้อมในการทำกิจกรรมกับเด็กแต่ละคน เราควรทราบข้อมูลเด็กแต่ละคนที่เข้ามาทำกิจกรรมว่าเป็นโรคอะไร มีข้อห้ามอย่างไรบ้าง เรื่องนี้จึงถือว่าเป็นบทเรียนบทหนึ่งในวันนี้

จากที่ลูกโป่งหลากสีสัน สวยสด งดงามเหมือนสีรุ้ง แถมยังสามารถบิดทำให้เป็นดั่งสิ่งที่ต้องการยิ่งสนุกไปใหญ่ ทำให้เด็กมีความสุขกับกิจกรรมนี้มากจากที่เด็กไม่กี่คน ทำให้เด็กเต็มห้องพร้อมทั้งผู้ปกครองด้วยที่พาเด็กมาร่วมกิจกรรม ผู้ปกครองก็มีส่วนร่วมทำกิจกรรมคือได้ทำลูกโป่งให้ลูกของตัวเอง ทำให้ลูกมีความสุข ผู้ปกครองยังมีความภูมิใจที่ทำให้ลูกโป่งเป็นรูปแบบต่าง ๆ ตามที่ลูกต้องการ ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้พูดคุย แรก ๆ ผู้ปกครองจะคอยดูอยู่ห่าง ๆ เหมือนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเด็กรึป่าว มอง ๆ อยู่นานผู้ปกครองบางคนก็โดดลงมาร่วมกิจกรรม บางคนก็ปล่อยให้เด็กอยู่กับพวกเราอาสาสมัครแล้วไปพักผ่อน หรือทำกิจกรรมที่ชอบเช่นดูหนัง เพราะได้มีช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่ต้องคอยดูแลเด็กป่วย

สิ่งที่สังเกตได้อีกย่างวันนี้ของเราอาสาสมัครช่วงทำกิจกรรมเราแต่ละคนบางที่ก็มัวแต่ทำกิจกรรมโดยลืมที่จะพูดคุยกับคนที่มีส่วนร่วมกิจกรรมนั้นก็คือเด็กป่วยแลผู้ปกครองร่วมไปถึงเจ้าหน้าที่ ทำให้มีการพูดคุยกันน้อยไป ควรที่จะเพิ่มการมีมนุษยสัมพันธ์ในการทำกิจกรรมให้มากกว่านี้ ซึ่งถือว่าเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันบางที่ผู้ปกครองบางคนอยากระบายความรู้สึกให้ใครสักคนฟังเพื่อผ่อนคลาย สิ่งที่พูดว่าพูดให้ใครสักคนฟังนี้มันเป็นจริงค่ะจากการที่ได้ไปส่งน้องคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมอยู่แต่ต้องเจาะเลือดได้ไปส่งน้องที่เตียง  พอไปถึงที่เตียงก็ได้ทักทายแม่ของน้องและก็พูดคุยกับน้องโดยที่แม่น้องก็สังเกตพฤติกรรมของเราไปด้วยพอเห็นว่าเราไว้ใจได้ ก็ได้เล่าเรื่องอาการเจ็บป่วยของน้องให้ฟัง การเป้นอยู่และความรู้สึกนึกคิดของตัวผู้ปกครองเองพอพูดเสร็จแล้วมีผู้รับฟังที่ดีทำให้ผู้ปกครองยิ้มออก โดยส่วนตัวคิดว่าผู้ปกครองได้ผ่อนคลายในระดับหนึ่ง เนื่องนี้ทำให้ได้ข้อสังเกตว่าหากเราเข้าไปอยู่ในใจลูกเขาแล้วผู้ปกครองก็พร้อมที่จะเปิดรับเราเหมือนกัน การทำกิจกรรมวันนี้ได้ข้อสังเกตหลายเรื่องเหมือนกันค่ะ ทั้งการทำกิจกรรม การเตรียมความพร้อมและการเข้าถึงผู้ปกครองร่วมถึงการพูดคุยสัมพันธ์กับผู้ร่วมกิจกรรม ในการทำกิจกรรมกับกลุ่มคนที่ละเอียดอ่อนมันมีอะไรที่ซับซ้อนไม่น้อยเลยใช่ไหมค่ะ  

 

konkaew kornwika

职业
地点
น้อมเพื่อจะเรียนรู้
第 1 张,共 31 张
尚未添加列表。
作者 
作者 
作者 
作者